Posted in ประวัติศาสตร์

จุดเริ่มต้นแห่งอำนาจของคริสต์ศาสนจักร : สรุปความจาก “เรื่องน่ารู้ในยุโรปสมัยกลาง”

สรุปความจาก อนันต์ชัย เลาหะพันธุ.2553.เรื่องน่ารู้ในยุโรปสมัยกลาง.กรุงเทพฯ:ศักดิโสภาการพิมพ์

จุดเริ่มต้นของอำนาจของคริสตศาสนจักรและองค์สันตะปาปา เริ่มต้นในช่วงตั้งแต่ ค.ศ.312 เมื่อจักรพรรดิคอนสแตนติน(ค.ศ.306-337) ยอมรับคริสต์ศาสนาให้ถือปฏิบัติได้ในอาณาจักร แต่จุดสำคัญจริงๆคือสมัยการล่มสลายของโรมันปี ค.ศ.476 โดยสถาบันคริสต์ศาสนา เป็นสถาบันเดียวที่ยืนหยัดรักษาสถานภาพและระเบียบวินัยไว้ได้

สันตะปาปาแห่งกรุงโรมหรือ Bishop of Rome ทำหน้าที่เป็นประมุขของคริสต์จักรโดยไม่สูญสิ้นอำนาจดังเช่นจักรพรรดิ ศาสนจักรจึงกลายเป็นสถาบันที่เหนี่ยวรั้งและรักษา “โลกเก่า” ของพวกโรมันและทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงและถ่ายทอด อารยธรรมโรมันที่กำลังล่มสลายให้สืบทอดต่อไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพวกอนารยชนเยอรมันยอมรับนับถือคริสต์ศาสนาอิทธิพลของศาสนจักรต่อความเป็นอยู่ของคนในสมัยกลางก็ยิ่งแผ่กว้างมากยิ่งขึ้น อำนาจและอิทธิพลของสันตะปาปาก็เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จนในที่สุดสามารถทำให้องค์กรคริสต์ศาสนาและพระควบคุมชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมได้ อาจกล่าวได้ว่า สมัยกลางตอนต้น(ค.ศ.476-1050) ชาวตะวันตกทั่วไปเสื่อมถอยทางภูมิปัญญาจนไม่สามารถอ่านออกเขียนได้แม้แต่กษัตริย์ พระราชวงศ์และขุนนางต่างก็ไม่รู้หนังสือ มีแต่พระเท่านั้นที่รู้หนังสือและเป็นกลุ่มเดียวที่สามารถอ่าน พระคัมภีร์ไบเบิล/นำมาสอนคริสต์ศาสนิกชนได้ พระจึงเป็นชนชั้นนำที่สำคัญทั้งในด้านจิตวิญญาณและทางสังคม

ช่วงต้นสมัยยุคกลางสันตะปาปาที่มีอิทธิพล/อำนาจมากคือ สันตะปาปาเกรกอรีผู้ยิ่งใหญ่(Gregory the Great,ค.ศ.590-540)โดยประสบความสำเร็จในการเผยแผ่คริสต์ศาสนาในหมู่พวกนอกศาสนา(heathen) ผ่านความร่วมมือของนักบวชนิกายเบเนดิกต์ โดยองค์กรคริสต์จักรเองก็มีการจัดวางองค์กรค่อนข้างเป็นระบบพอควรโดยใช้รูปแบบบการปกครองภายในแบบลดหลั่นอำนาจ(bureacracy) โดยสันตะปาปาอยู่สูงสุด รองลงมาได้แก่พระคาร์ดินัล อารช์บิชอป และเจ้าอธิการ(ปกครองสังฆมณฑล

พูดถึงอิทธิพลทางการเมือง ตัวสันตะปาปา(Pope)เองมีเครื่องมือคือ การทำบัพพาชนียกรรม(excommunicate) หรือการขับออกจากศาสนา(ถ้าเป็นการขับชุมชนหรือทั้งประเทศเลยจะเรียกว่า คณาเปหิกรรมหรือ interdict)โดยศพของคนที่ถูกขับจะถูกทอดทิ้งเพราะไม่มีพระที่จะประกอบพิธีกรรมให้ จึงเท่ากับวิญญาณของเขาผู้นั้นจะไม่สามารถไปสู่สวรรค์ได้

สันตะปาปาหลายคนช่วงสมัยกลางยุครุ่งโรจน์ (ค.ศ.1050-1350)เคยใช้เครื่องมือนี้ในการปราบกษัตริย์และประชาชนที่กระด้างกระเดื่องต่อสันตะปาาทำให้สันตะปาปามีอำนาจสูงมากๆ โดยอิทธิพลของโป๊ปนั้นสูงมากที่สุดในช่วงของสันตะปาปาอินโนเซ็นต์ที่ 3  (ค.ศ.1198-1216) ระหว่างที่สงครามครูเสดดำเนินอยู่นั่นเอง โดยสามารถเข้าแทรกแซงการเมืองในดินแดนต่างๆมากมาย

Author:

ฑภิพร สุพร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s