Posted in การเมืองไทย

บทลงโทษและวิวัฒนาการของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (lèse majesté)

บทลงโทษและวิวัฒนาการของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (lèse majesté) 

* แปลจาก หนังสือ Thailand’s Fearlessness Free Agong (2011: หน้า 28-29) บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ  Good Coup Gone Bad: Thailand’s Political Developments since Thaksin’s Downfall (David Streckfuss)

ณ ช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในยุโรป การลงโทษผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพยังไม่ปรากฏให้เห็นในปริมาณมากนัก คำพิพากษาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในช่วงเวลานั้นมีตั้งแต่ขั้นเบาจนไปถึงการประหารอย่างเหี้ยมโหด (horrific execution) ดังกรณีของเดเมี่ยนส์ (Damiens) ซึ่งถูกทรมาน จับแยกร่าง (quartered) และประหารโดยการผูกติดกับเสาแล้วเผา (burn at the stake) ในปี ค.ศ. 1754

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 การบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพปรากฏให้เห็นผ่านทางการกระทำผิดทางวาจา และการปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ (sedition)  ด้วยพฤติการณ์ข้างต้นทำให้บรรดาผู้สนับสนุนระบอบอนุรักษ์นิยมจึงยังสนับสนุนให้จำคุกผู้ก่อความไม่สงบเป็นเวลานาน โดยโทษขั้นสูงสุดของการหมิ่นฯระบอบกษัตริย์ในสเปนและรัสเซียขณะนั้นคือการระวางโทษจำคุก 8 ปี ในเยอรมนีแม้จะกำหนดโทษสูงสุดของการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไว้ที่ 15 ปี แต่ในทางปฏิบัติแล้วมักมีการพิพากษาผู้กระทำความผิดเพียง 6 เดือนเท่านั้น

สยามในช่วงปี ค.ศ. 1900  กำหนดโทษจำคุกผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพสูงสุดเพียง 3 ปี ต่อมาใน ค.ศ. 1908  โทษจำคุกได้เพิ่มขึ้นเป็น 7 ปี แต่ก็มิได้ระบุโทษขั้นต่ำเอาไว้  อย่างไรก็ตามแต่หากพิจารณาจากเกร็ดประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่าผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่ถูกคุมขังเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ในช่วงเวลาที่ระบอบกษัตริย์ในหลายรัฐของยุโรปก้าวเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย โทษของผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในหลายแห่งยังถูกคงไว้เช่นเดียวกับการลดหย่อนโทษในหลายประเทศ  ช่วงแรกสยามเองก็โน้มเอียงไปกับแนวโน้มในยุโรป โดยแม้ว่าโทษของการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะมิได้ลดลงหลังจากการโค่นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปี ค.ศ. 1932  แต่กฎหมายหมิ่นฯก็ถูกนำมาใช้ไม่มากนักตลอดทศวรรษที่ 1950 อย่างไรก็ตามแต่ ภายหลังจากการรัฐประหารในปีค.ศ. 1976  กลุ่มผู้สนับสนุนทหาร (Pro- military group)ก็สนับสนุนการเพิ่มโทษแก่ผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยกำหนดให้ผู้ที่ถูกพิพากษาว่าหมิ่นบรมเดชานุภาพต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และต่ำสุด 3 ปี ซึ่งถือเป็นการลงเอยที่น่าฉงนยิ่งนัก (quizzical)

ระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญของประเทศไทยใน ค.ศ.2011 บัญญัติโทษแก่ผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพร้ายแรงกว่าในช่วงที่รัฐไทยปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในช่วงปี ค.ศ. 1900 ถึง 5 เท่า  อาจกล่าวได้ว่าโทษขั้นต่ำใน ค.ศ. 2011 คือโทษขั้นสูงสุดในช่วงปี ค.ศ .1900  หากพิจารณาในเชิงเปรียบเทียบ โทษสูงสุดของการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศไทย ณ เวลานี้ มีมากกว่าประเทศซึ่งมีรูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเช่น สวีเดนและโมรอคโคถึง 2.5 และ 3 เท่าตามลำดับ  ท้ายที่สุดตามความเข้าใจของผม [David Streckfuss] ประเทศไทยเป็นเพียงชาติเดียวที่เพิ่มโทษแก่ผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในรอบศตวรรษที่ผ่านมาหรือบางทีอาจเป็นชาติเดียวในโลกที่เพิ่มโทษการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็เป็นได้

Author:

ฑภิพร สุพร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s