Posted in ระหว่างประเทศ

สงครามเกาหลี : การเจรจาเพื่อยุติสงครามบนพื้นฐานของการรักษาเกียรติยศ

           Seeking Honor under Strong Symmetry in the Korean War Armistice Negotiations[1]      

แผนที่การเข้าตีของกองกำลังสหประชาชาติภายใต้การบัญชาการของนายพล MacArthur


       งานของ Fan Xiboให้อรรถาธิบายเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อยุติสงครามเกาหลี (1950 –1953) ซึ่งพัฒนาจากสงครามกลางเมืองภายในประเทศสู่สงครามในระดับระหว่างประเทศ โดยสงครามเกาหลีปรากฏให้เห็นการแทรกแซงของกองกำลังสหประชาชาตินำโดยสหรัฐฯเพื่อให้ความช่วยเหลือเกาหลีใต้จากการถูกรุกรานโดยเกาหลีเหนือซึ่งสหรัฐฯเชื่อว่ามีสหภาพโซเวียตและจีนเป็นผู้ให้การสนับสนุนหลัก กล่าวอีกนัยหนึ่งสงครามเกาหลีถือเป็นสมรภูมิรบที่สะท้อน Perception ของสหรัฐฯซึ่งต้องการสกัดกั้นการขยายตัวของอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ภายหลังจากการสูญเสียจีนในปี 1949 นั่นเอง ข้อเสนอหลักในงานชิ้นนี้ชี้ว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามเกาหลีสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการเจรจาซึ่งคู่เจรจาทั้งสองฝ่ายมีอำนาจในการกำหนดสถานการณ์ที่เท่าเทียมกันกล่าวคือแม้เป็นที่แน่ชัดว่าสหรัฐฯเป็นชาติมหาอำนาจซึ่งมีสมรรถนะทางการทหารเหนือจีนและเกาหลีเหนือ แต่สหรัฐฯซึ่งติดพันกับการเผชิญหน้ากับสหภาพโซเวียตในยุโรป ไม่ต้องการที่จะเปิดสมรภูมิรบใหม่ตามข้อเสนอของนายพล Douglas MacArthur[2] ซึ่งเรียกร้องให้เปิดแนวรบเพื่อทำสงครามกับจีนโดยมุ่งหวังที่จะได้รับชัยชนะเหนือโลกคอมมิวนิสต์อย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตามแต่สหรัฐฯภายใต้ประธานาธิบดี Harry S. Truman กลับเห็นว่าควรที่จะจำกัดพื้นที่ของสงครามให้อยู่แต่เฉพาะบริเวณคาบสมุทรเกาหลีเท่านั้น  แม้ในช่วงแรกสหรัฐฯจะตั้งเป้าที่จะได้รับชัยชนะในสงครามเกาหลีอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่นโยบายของสหรัฐฯได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อจีนตัดสินใจเข้าแทรกแซงในสงครามเกาหลี สหรัฐฯจึงได้เปลี่ยนท่าทีไปสู่การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิง/ยุติสงครามโดยวางอยู่บน “การรักษาเกียรติ” ของทั้งสองฝ่าย

Truman และ Stalin

Xibo ยังชี้ว่าการเจรจาระหว่างฝ่ายซึ่งมีอำนาจในการกำหนดสถานการณ์ที่เท่าเทียมกันเช่นนี้ ส่งผลให้การบรรลุข้อตกลงระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดขึ้นได้ยากทั้งนี้เพราะทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งหวังที่จะทำลายผลประโยชน์ของอีกฝ่ายควบคู่กันไปกับรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงและเกียรติยศของตน เหนือสิ่งอื่นใดการเจรจาเพื่อยุติสงครามเกาหลีสะท้อนให้เห็นถึง Misperception ของทั้งสองฝ่ายดังปรากฏให้เห็นในกรณีที่สหรัฐฯเชื่อมั่นว่าผู้ที่สนับสนุนกองกำลังเกาหลีเหนือคือสหภาพโซเวียต แต่ในความเป็นจริง แม้ Zhou En- Lai จะเรียกร้องไปยังสหภาพโซเวียตให้ส่งกองกำลังเข้าสนับสนุนเกาหลีเหนือ แต่ Stalin กลับมองว่าหากสหภาพโซเวียตเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งอาจนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 จึงปฏิเสธข้อเรียกร้องของจีนไปในท้ายที่สุด ทั้งนี้แท้จริงแล้วรัฐที่มีบทบาทให้การช่วยเหลือเกาหลีเหนือมิใช่สหภาพโซเวียตตามการคาดการณ์ของสหรัฐฯ หากแต่คือจีนซึ่งมี Perception ต่อสหรัฐฯ ว่าต้องการเปิดสงครามและยึดครองดินแดนของจีน[3]

ข้อเสนอหลักของการเจรจายุติสงครามเกาหลีซึ่งได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่ายมาจากข้อเสนอของ George Kennan อย่างไรก็ตามแต่การเจรจาของทั้งสองฝ่ายปรากฏให้เห็นถึงความต้องการที่จะรักษาผลประโยชน์ของตนเองให้ได้มากที่สุดควบคู่กันไปกับการทำลายผลประโยชน์ของอีกฝ่าย นอกจากนี้บางประเด็นอาทิ การถอนทหารต่างชาติทั้งหมดออกจากเกาหลีทันทียังเป็นสิ่งที่สหรัฐฯยอมรับไม่ได้ อย่างไรก็ตามแต่การเจรจาเพื่อยุติสงครามเกาหลีสามารถบรรลุข้อตกลงบนหลักการของการรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศของทั้งจีนและสหรัฐฯ โดยผลของการเจรจาสามารถพิจารณาได้เป็น 4 ประเด็น ได้แก่
1.) การกำหนดแนวปักปันเขตทางทหาร (Demarcation Line) และพื้นที่ปลอดทหาร (Demilitarized Zone)
2.) การบังคับใช้และการปฏิบัติการตามข้อตกลงยุติสงคราม
3.) การแลกเปลี่ยนตัวเชลยศึกของทั้งสองฝ่าย (Repatriation)
4.) ข้อเสนอแนะเพื่อการรวมเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

นายพล Douglas MacArthur ผู้บังคับบัญชากองกำลังสหประชาชาติ

ทั้งนี้อาจพิจารณาได้ว่าสหรัฐฯเข้าร่วมสงครามเกาหลีเพื่อแสดงศักยภาพในฐานะผู้นำของโลกเสรีตลอดจนต้องการปิดล้อมและป้องกันการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ โดยการรุกรานเกาหลีเหนือของเกาหลีใต้ในมุมมองของสหรัฐฯนั้นส่งผลกระทบต่ออุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตยตลอดจนสถานะของสหรัฐในการเมืองเมืองระหว่างประเทศ สหรัฐฯจึงตัดสินใจส่งกองกำลังภายใต้ธงสหประชาชาติช่วยเหลือเกาหลีใต้ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ควบคู่กันไปกับการส่งกองกำลังเพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นกลาง (neutralize) ของคาบสมุทรไต้หวันซึ่งจีนมองว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์แห่งชาติของจีน จีนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการแทรกแซงสงครามเกาหลีเพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัยของตนโดยจีนให้ความสำคัญยิ่งกับบทบาทในสงครามเกาหลีของสหรัฐฯและพร้อมที่จะใช้ผลักดันทรัพยากรของตนเพื่อสนับสนุนเกาหลีเหนือในการทำสงครามต่อต้านสหรัฐฯ ในทางตรงกันข้ามสหรัฐฯตระหนักถึงการสูญเสียทรัพยากรจำนวนมหาศาลในสงครามเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากการเข้าแทรกแซงของจีน ประกอบกับมองว่าภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ที่สำคัญกว่าปรากฏอยู่ในทวีปยุโรปและไม่ควรสูญเสียทรัพยากรในการทำสงครามเกาหลีไปมากกว่านี้

แม้สหรัฐฯจะมีศักยภาพมากเพียงพอในการขยาย/เปิดสมรภูมิรบใหม่กับจีนก็ตาม Xibo ชี้ว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามของสหรัฐฯถือเป็นทางออกเดียวในการยุติสงครามเกาหลีโดยไม่เสื่อมเสียเกียรตินอกจากนี้อาจพิจารณาได้ว่าข้อตกลงเรื่องการหยุดยิง (Cease-fire) บริเวณใกล้เส้นขนานที่ 38 สะท้อนความพยายามในการแสวงหาทางออกของการยุติสงครามโดยพยายามรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศของจีนและสหรัฐฯนั่นเอง

กล่าวโดยสรุปแล้วแม้จีนและสหรัฐ ณ เวลานั้นจะมีศักยภาพในเชิงอำนาจอันไม่เท่าเทียมกัน แต่ด้วยข้อผูกพันและการจัดลำดับความสำคัญต่อสงครามเกาหลีที่แตกต่างกัน จึงทำให้การเจรจาครั้งนี้วางอยู่บนพื้นฐานที่ทั้งสองฝ่ายมีอำนาจในการกำหนดสถานการณ์ที่เท่าเทียมกันโดยผลของการเจรจานั้นวางอยู่บนหลักการที่ไม่ทำให้ทั้งสองฝ่ายเสียหน้าในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ


[1] Fan, Xibo. Seeking Honor under Strong Symmetry in the Korean War Armistice Negotiations. In Zartman. I. William, Rubin, J Z (eds.), Power and negotiation. The University of Michigan Press, Ann Arbor: University of Michigan Press, 2000.

[2] ประธานาธิบดี Truman ตัดสินใจปลด MacArthur จากตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังสหประชาชาติ ภายหลังจากที่ MacArthur ยืนยันที่จะใช้กองกำลังของจีนคณะชาติเพื่อเปิดสงครามกับจีนคอมมิวนิสต์ ซึ่ง MacArthur เชื่อว่าการสมรภูมิในสงครามเกาหลีไม่สามารถเป็นสงครามซึ่งสะท้อนชัยชนะที่แท้จริงได้ (no substitutive for victory)

[3]ในช่วงแรกของสงครามเกาหลีจีนไม่ต้องการที่จะเข้าไปมีบทบาทในสงครามเกาหลีโดยเล็งเห็นว่าเป็นเพียงสงครามกลางเมือง อย่างไรก็ตามแต่ภายหลังจากที่กองกำลังสหประชาติข้ามเส้นขนานที่ 38 จีนจึงตัดสินใจเข้าสู่สงครามเกาหลีเพราะกลัวการรุกคืบมายังจีนในอนาคต นอกจากนี้บันทึกการหารือระหว่าง Mao Zedong และ Stalin ได้สะท้อน Perception ของจีนต่อสหรัฐฯอีกประการหนึ่งว่าหากสหรัฐฯสามารถยึดครองคาบสมุทรเกาหลีได้ทั้งหมด ฐานอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนหรือที่เรียกว่าบริเวณ Machuria จะถูกควบคุมโดยจักรวรรตินิยมสหรัฐฯ

Author:

ฑภิพร สุพร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s