Posted in ระหว่างประเทศ, อื่นๆ, เศรษฐกิจ

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน- จีน ในบริเวณอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน- จีน ในบริเวณอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง[1]

งานวิจัยชิ้นนี้ต้องการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน- จีน (ASEAN- China Free Trade Agreement – ACFTA) ต่อประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง[2] โดยหยิบยกผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรีและปัญหาสิ่งแวดล้อมในกัมพูชาเป็นกรณีศึกษา โดยงานวิจัยชิ้นนี้ชี้ว่าแม้การทำข้อตกลงการค้าเสรีจะส่งผลให้การค้าและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่การทำข้อตกลงดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศในบริเวณอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง อาจพิจารณาได้ว่าประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่ถูกจัดลำดับความสำคัญไว้รองจากประเด็นทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยการทำข้อตกลงทางการค้าเสรีระหว่างอาเซียน- จีนปราศจากการคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอันอาจเกิดขึ้นภายหลังจากการลงนามในข้อตกลงดังกล่าว นอกจากนี้ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่ม

แม่โขงยังขาดกลไกเชิงสถาบันและกฎเกณฑ์ซึ่งสามารถบังคับใช้เพื่อรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานสิ่งแวดล้อมได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้หากพิจารณาจากกรณีตัวอย่างในกัมพูชา การทำข้อตกลงการค้าเสรีกับจีนซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของสินค้าที่มีมลพิษ  (Polluting Sectors)[3]  อันก่อให้เกิดการสูญเสียผืนป่า การลดลงของสัตว์น้ำภายในประเทศ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรชายฝั่ง ตลอดจนการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่า ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆในอนาคต   โดยแม้รัฐบาลกัมพูชาจะผลักดันให้เกิดแผนระดับชาติในการจัดการ รักษาและป้องกันทรัพยากรธรรมชาติของกัมพูชา แต่การปรับใช้นโยบายดังกล่าวยังห่างไกลจากเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยโครงการดังกล่าวของรัฐบาลกัมพูชาจำต้องเผชิญกับทั้งปัญหานานาประการ อาทิ การขาดแคลนงบประมาณและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนการทำงานที่มีลักษณะทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น ฯลฯ

กล่าวโดยสรุปแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำคัญในการแสวงหาแนวทางคู่ขนานระหว่างการสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาไว้ซึ่งระดับของการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวอีกนัยหนึ่ง นอกเหนือจากการมุ่งหวังผลประโยชน์ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ควรคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอันอาจเกิดขึ้นจากการทำข้อตกลงดังกล่าว ประกอบกับควรผลักดันให้มีมาตรฐานและกฎเกณฑ์เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป


[1] สรุปความจาก Vutha Hing and Hossein Jalilian, Environmental Impacts of the ASEAN-China Free Trade Agreement on the Greater Mekong Sub-Region, Cambodia Development Recourse Institute, 2008. pp. 1-55 .

[2] อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามและ มณฑลยูนนานของจีน

[3] มีการจัดประเภทของสินค้าที่มีมลพิษออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ ประเภทที่มีมลพิษสูงสุด (Most Polluting Sectors) มลพิษในระดับกลาง (Moderate Polluting Sectors) และมลพิษในระดับต่อ (Least Polluting Sectors)

Author:

ฑภิพร สุพร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s