Posted in ระหว่างประเทศ

สงครามโลกครั้งที่ 1 ยังมีอะไรให้ศึกษาอีกหรือ?: 100 ปี มหาสงครามและข้อโต้แย้งของนีลล์ เฟอร์กูสัน (ตอนที่1)

 สงครามโลกครั้งที่ 1 ยังมีอะไรให้ศึกษาอีกหรือ?:  100 ปี มหาสงครามและข้อโต้แย้งของนีลล์ เฟอร์กูสัน (ตอนที่1)*

                                      โดย ฑภิพร สุพร

article-2226235-0F7F8D0300000578-696_964x682

“เขาตายในเดือนตุลาคม ปี 1918 ในวันซึ่งตลอดแนวรบ เหตุการณ์สงบอย่างที่สุด
อย่างทีรายงานกองทัพเขียนสั้นๆว่า แนวรบตะวันตก เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง
เขานอนคว่ำหน้าอยู่กับดินเหมือนกับว่านอนหลับ เมื่อพลิกหน้าขึ้นดู
จะเห็นได้ว่าเขาไม่เจ็บปวดอยู่นานเท่าใด ใบหน้าแสดงความสงบ
เกือบจะว่าพอใจที่อวสานได้มาถึงแล้ว” – 
เอริช มาเรีย เรอมาร์ก

วันที่ 28 กรกฎาคม 1914 เป็นวันที่สงครามโลกครั้งที่ 1 หรือ “มหาสงคราม” (the Great War) อุบัติขึ้นในยุโรปอย่างเป็นทางการ สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้ฉายภาพสงครามยุคใหม่ (modern war) ที่ปรากฏให้เห็นการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความทันสมัยและสามารถสร้างความเสียหายในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดย นอกเหนือจากความเสียหายจากการทิ้งระเบิดในเมืองสำคัญของยุโรป ผลพวงจากความขัดแย้งของสงครามยังส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนกว่า 21 ล้านคนและ 9 ล้านคนตามลำดับ สงครามโลกครั้งที่ 1 ยังถูกพิจารณาว่าเป็น “สงครามเบ็ดเสร็จ” (total war) ซึ่งบรรดารัฐที่เข้าสู่สงครามต่างระดมสรรพกำลัง (mobilize) จากทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อสร้างความเสียหายในระดับมหาศาลต่อเป้าหมายของศัตรู โดยไม่สนใจว่าเป้าหมายดังกล่าวจะเป็นเป้าหมายทางทหารหรือพลเรือน ทั้งนี้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขั้นสูงสุดของการทำสงครามคือ การได้รับชัยชนะโดยปราศจากเงื่อนไข

ปี 2014 เป็นปีครบรอบ 100 ปี สงครามโลกครั้งที่ 1 และคำถามที่สำคัญของบทความนี้คือ สงครามโลกครั้งที่ 1 ยังมีความจำเป็นหรือมีประเด็นใดที่ควรค่าแก่การหยิบยกขึ้นมาพิจารณาหรือศึกษาค้นคว้าอยู่หรือไม่ ทั้งนี้เป็นที่ประจักษ์ว่า แม้สงครามโลกครั้งที่ 1 จะผ่านมากว่า 1 ทศวรรษ แต่การศึกษาเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นกลับมิได้ตกอยู่ในฐานะของการเป็น “สิ่งศึกษา”ที่ถูกลดทอนความสำคัญลงแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม หากพิจารณาจากการตื่นตัวในแวดวงวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในซีกโลกตะวันตก อาจกล่าวได้ว่า การศึกษาเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ 1ยังเป็นประเด็นที่มีการศึกษาค้นคว้ากันอย่างแพร่หลาย ดังพิจารณาได้งานผลงานเรื่อง The War That Ended Peace (2013) ของมากาเร็ธ แม็คมิลแลน (Margaret MacMillan) หรือ The Sleepwalkers: How Europe Went to War in 1914 (2013)  ของคริสโตเฟอร์ คลาร์ก (Christopher Clark) ซึ่งล้วนเป็นงานที่มุ่งสำรวจตรวจสอบและนำเสนอชุดคำอธิบายใหม่เกี่ยวกับมูลเหตุของการตัดสินใจเข้าสู่สงครามของรัฐในยุโรป อย่างไรก็ดี ข้อโต้แย้งที่กลายเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงและได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดคือ ข้อเสนอจากนีลล์ เฟอร์กูสัน (Niall Ferguson)นักประวัติศาสตร์คนสำคัญจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ผู้ชี้ว่าการตัดสินใจเข้าสู่สงครามของสหราชอาณาจักรถือเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

แม้เฟอร์กูสันจะเป็นนักวิชาการที่มี “ชื่อเสีย” จากการพูดไม่คิด เฟอร์กูสันเคยวิพากษ์วิจารณ์ จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ (John Maynard Keynes) นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญ เจ้าของวรรคทอง “ในระยะยาว พวกเราก็ตายกันหมดแล้ว” ว่าเป็นแนวคิดที่ไม่คำนึงถึงคนรุ่นหลัง โดยเฟอร์กูสันชี้ว่า สาเหตุที่เคนส์มีแนวคิดเช่นนั้นเป็นเพราะเคนส์ไม่มีลูกและเป็นพวกรักร่วมเพศ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าภายหลังจาก “การพูดไม่คิด”ของเฟอร์กูสัน เขาได้กลายเป็นนักวิชาการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชน ตลอดจนปัญญาชนในซีกโลกตะวันตกมากที่สุดคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เฟอร์กูสันก็ยังผลิตผลงานที่มีประโยชน์ต่อแวดวงวิชาการออกมาอย่างสม่ำเสมอ โดยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ของเขาก็คือ The Pity of War (1999)  ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นหนังสือที่นำเสนอมุมมองของเขาเกี่ยวกับมหาสงครามได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และในโอกาสครบรอบ 100 ปี สงครามโลกครั้งที่ 1 เฟอร์กูสันได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร BBC History Magazine ซึ่งปฏิเสธได้ยากว่า ผลงานของเฟอร์กูสันก็มีความน่าสนใจและควรค่าแก่การนำมาขบคิดต่อ แม้เราจะเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งของเฟอร์กูสันหรือไม่ก็ตาม

Niall-Ferguson-007

ในทัศนะของเฟอร์กูสัน การศึกษาเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยโยนความผิดทั้งหมดให้แก่เยอรมนีเป็นกระบวนการที่มิได้ก่อให้เกิดประโยชน์หรือช่วยทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้ชัดเจนมากขึ้นแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม ปัญหาที่แท้จริงของสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดจากการรับรู้และการคาดคะเนที่ผิดพลาดของบรรดารัฐที่ตัดสินใจเข้าร่วมสงคราม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสัมพันธมิตรหรือมหาอำนาจกลาง ซึ่งต่างเชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมในสงครามจะนำมาซึ่งประโยชน์แก่ตน เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นที่ผิดพลาดว่าตนจะได้รับชัยชนะในสงครามครั้งนี้ในระยะเวลาอันสั้น

ในมุมมองของเฟอร์กูสัน ผู้กำหนดนโยบายต่างประเทศของเยอรมันคาดคะเนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ในการทำสงครามผิดพลาดอยู่หลายครั้ง อาทิ การประเมินความเข้มแข็งของออสเตรียที่เป็นพันธมิตรของตนไว้สูงจนเกินไป หรือแม้แต่ความเชื่อที่ว่าเยอรมนีจะสามารถเปิดแนวรบสองด้านโดยสามารถเอาชนะฝรั่งเศสและรุกคืบไปยังรัสเซีย และไม่ถูกถูกมหาอำนาจอย่างอังกฤษเข้าแทรกแซงในสงคราม อย่างไรก็ตาม เฟอร์กูสันก็ชี้ว่าแม้การตัดสินใจของเยอรมนีในการให้ความช่วยเหลือออสเตรียจะสะท้อนความผิดพลาดของการคิดคำนวณในเชิงยุทธศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของเยอรมนีก็มิได้เกิดขึ้นบนฐานคิดที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเขาเสนอว่าแท้จริงแล้วออสเตรียมิได้อยู่ในฝ่ายผิด เฟอร์กูสันชี้ชวนให้เราคิดต่อไปว่า เราจะมีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์การลอบสังหารอาร์ชดยุกฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์ (Franz Ferdinand) แห่งออสเตรียอย่างไร หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปัจจุบัน และตัวละครที่ถูกลอบสังหารคือ โจ ไบเด็น (Joe Biden) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งถูกลอบสังหารโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลอิหร่าน

ทั้งนี้เป็นที่ประจักษ์ว่า สหรัฐฯเองก็มีความจำเป็นและมีสิทธิ์ในการตอบโต้กลุ่มผู้ก่อการร้ายอย่างชอบธรรม เพราะฉะนั้น ในทัศนะของเฟอร์กูสัน การตัดสินใจช่วยออสเตรียของเยอรมนีจึงมิใช่การตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลเสียทีเดียว โดยเฟอร์กูสันทิ้งท้ายในประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า แท้จริงแล้วออสเตรียอยู่ในตำแหน่งที่เป็นฝ่ายถูก ในขณะที่บรรดารัฐที่ให้การสนับสนุนเซอร์เบียนั้นก็ไม่ต่างอะไรก็การสนับสนุนการก่อการร้าย เหนือสิ่งอื่นใด ในทัศนะของเฟอร์กูสัน การลอบสังหารฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์มิใช่เหตุการณ์ที่นำไปสู่การอุบัติของสงครามโลก แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นให้ความขัดแย้งระหว่างออสเตรียและเซอร์เบีย ซึ่งมีผู้สนับสนุนสำคัญอย่างเยอรมนีและรัสเซีย พัฒนาไปสู่การทำสงครามระหว่างกันได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

(โปรดอ่านต่อตอนหน้า)

*ตีพิมพ์ครั้งแรกในจดหมายข่าวศูนย์ยุโรปศึกษา  ปีที่ 22 ฉบับที่1 มกราคม- มีนาคม 2557 หน้า 4-5

Author:

ฑภิพร สุพร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s